ที่พักอาศัยและการย้ายบ้าน

1.ในกรณีฉุกเฉิน 2.ที่พักอาศัยและการย้ายบ้าน 3.การใช้ชีวิตความเป็นอยู่ 4.การดำเนินเรื่องขอพำนักอาศัยในประเทศ
5.การจดทะเบียนคนต่างด้าว 6.การแพทย์และสุขภาพ 7.สวัสดิการ 8.การทำงาน
9.ภาษี 10.ระบบการศึกษา 11.รายชื่อองค์กรที่เกี่ยวข้อง



1. เมื่อเช่าบ้าน

เป็นเรื่องปกติที่ท่านจะต้องติดต่อสำนักงานจัดหาบ้าน เมื่อท่านต้องการเช่าอพาร์ตเมนท์หรือบ้าน
ท่านเพียงแต่บอกข้อมูลเกี่ยวกับบ้านที่ท่านต้องการ เช่น ค่าเช่า, ขนาดห้อง, ปริมาณแสงที่ส่องถึง,
ระยะเวลาที่ต้องใช้ไปสถานีรถไฟหรือขึ้นรถเมล์ เป็นต้น ถ้าหากมีรายการที่ตรงกับความต้องการของ
ท่าน สำนักงานจัดหาบ้านก็จะแนะนำให้ท่านพิจารณาทันที นอกจากนี้บ้านเช่าในญี่ปุ่นโดยส่วนใหญ่
จะไม่มีเฟอร์นิเจอร์ติดมาด้วย
การบอกขนาดของห้องจะใช้เป็นจำนวนของเสื่อทาทามิ เช่น 6 เสื่อ, 8 เสื่อ เป็นต้น โดย 1 เสื่อ
ทาทามิ จะเป็นขนาดมาตรฐานเท่ากับ 180 ซ.ม.×90 ซ.ม. นอกจากนี้ขนาดของเสื่อทาทามิที่ใช้ใน
อพาตเมนท์จะมีขนาดเล็กกว่าปกติเล็กน้อย
(1) สัญญาเช่า
โดยทั่วไปแล้วจะมีค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการทำสัญญาได้แก่ ค่าธรรมเนียมตอบแทน(เรอิคิน),
ค่ามัดจำ(ชิคิคิน), ค่าเช่าบ้านเดือนแรก และค่าธรรมเนียมสำหรับสำนักงานจัดหาบ้านซึ่งปกติแล้วจะ
เท่ากับเงินค่าเช่าบ้าน 1 เดือน
[ผู้ค้ำประกัน]
:

จำเป็นต้องมีผู้ค้ำประกัน 1 – 2 คน

[ค่าธรรมเนียมตอบแทน]
:
เป็นเงินให้เปล่าที่ต้องชำระให้กับเจ้าของบ้านเมื่อทำสัญญา
โดยปกติแล้วจะเท่ากับค่าเช่าบ้าน1 - 2 เดือน
[ค่ามัดจำ]
:
เป็นเงินฝากที่ต้องชำระให้กับเจ้าของบ้านเมื่อทำสัญญา
โดยปกติแล้วจะเท่ากับค่าเช่าบ้าน 1 - 3 เดือน
เงินจำนวนนี้จะคืนให้เมื่อเลิกสัญญา แต่ในบางครั้งจะหักค่าใช้จ่าย
ที่ใช้ในการซ่อมแซมต่างๆ เช่น เสื่อทาทามิออกก่อน
(2) ทำสัญญาเช่าใหม่ หรือยกเลิกสัญญา
โดยส่วนใหญ่แล้วสัญญามักจะเป็นแบบ 2 ปี เมื่อมีการทำสัญญาใหม่อาจมีการขึ้นค่าเช่าบ้านด้วย
ก็ได้ ในการบอกยกเลิกสัญญานั้น ท่านจำเป็นต้องแจ้งให้เจ้าของบ้านทราบก่อนล่วงหน้า1 เดือน
ในกรณีที่ไม่แจ้งให้ทราบ ก็อาจทำให้ไม่ได้ค่ามัดจำคืน

(3) ที่พักอาศัยทางราชการ (อาคารสงเคราะห์)
ในแต่ละจังหวัด อำเภอ หมู่บ้าน จะมีบริการที่พักอาศัย (อาคารสงเคราะห์) สำหรับผู้ที่มีความ
ลำบากในเรื่องที่พัก เวลาในการสมัครเพื่อเข้าอยู่อาศัยในอาคารสงเคราะห์มีการกำหนดไว้ เนื่องจาก
มีผู้สมัครเพื่อเข้าอยู่อาศัยในอาคารสงเคราะห์จำนวนมาก จึงมีการจับฉลาก ถ้าจับฉลากไม่ได้ก็ไม่
สามารถเข้าอาศัยได้ แต่อาคารที่ไม่ต้องจับฉลากก็มี
ในการสมัครจะมีการจำกัดวงรายได้ของผู้สมัคร ผู้ที่มีรายได้สูงจะเข้าพักอาศัยไม่ได้
โปรดสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ที่ว่าการอำเภอ ⇒ ดูข้อมูล

(4) ข้อควรระวัง

ตามระเบียบแล้ว บ้านเช่าไม่สามารถต่อเติมได้ การทาสี, ทำรอยบนผนัง จะเป็นปัญหากับเจ้า
ของบ้านได้ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา ต้องแจ้งเจ้าของบ้านให้ทราบล่วงหน้า หากทำโดยไม่ได้รับ
อนุญาตจากเจ้าของบ้าน อาจทำให้ไม่ได้รับเงินค่ามัดจำคืน

ห้ามให้คนอื่นเช่าบ้านต่อจากท่านโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของบ้าน ท่านจำเป็นจะต้องแจ้ง
เจ้าของบ้านก่อนว่าจะมีคนพักอาศัยด้วยหรือไม่


2. การย้ายบ้าน

(1) เรียกใช้บริษัทบริการรับย้ายบ้าน
ในประเทศญี่ปุ่น มีบริษัทที่ให้บริการรับย้ายบ้านเป็นจำนวนมาก ควรจะติดต่อหลาย ๆ บริษัทและ
เปรียบเทียบราคากัน หรืออาจจะติดต่อเช่าเฉพาะรถบรรทุกขนของแล้วทำการขนย้ายด้วยตนเองก็ได้

(2) การจัดการกับขยะหรือของที่ไม่ต้องการนำไปด้วย
ถ้าขยะหรือของที่ไม่ต้องการนําไปด้วยมีจํานวนมาก ให้ติดต่อไปที่ทางท้องที่ และ ดําเนินการตาม
ขั้นตอนที่กําหนด จากนั้นนําออกไปทิ้งในวันและสถานที่ที่ทางท้องที่แจ้งให้ทราบ หรือ นําไปส่งมอบ
ให้โรงงานกําจัดขยะที่ทางท้องที่กําหนดไว้ด้วยตนเอง
ของใหญ่ ๆ เช่นโทรทัศน์ เครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น ตู้แช่แข็ง หรือเครื่องซักผ้านั้น ทางท้องที่ไม่
สามารถมาเก็บเอาไปได้ ขอให้ติดต่อทางร้านเครื่องไฟฟ้า (ร้านที่ซื้อมาหรือร้านที่ซื้อของใหม่)
ให้จัดการให้ ชึ่งจะต้องเสียค่าขนย้ายและค่ากําจัดขยะอีกต่างหาก

(3) สิ่งที่ต้องทำก่อนย้ายบ้าน
① ไฟฟ้า ก๊าซ และ น้ำประปา
ให้ติดต่อไปที่สำนักงานทั้งของที่อยู่เก่าและที่อยู่ใหม่ โดยแจ้งชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ และ
วันที่จะย้าย เวลาติดต่อเพื่อความสะดวกควรจดหมายเลขลูกค้าของตนเองไว้ (พิมพ์อยู่บนใบเสร็จ)
② โทรศัพท์

ขอให้แจ้งทาง เอ็นทีที เกี่ยวกับวันที่จะย้ายออกและที่อยู่บ้านที่จะย้ายเข้า (โทรได้ที่เบอร์ [116]
ไม่ต้องกดหมายเลขพื้นที่) ทั้งนี้ถ้ามีสัญญากับบริษัทอื่น ๆ ก็ขอให้ติดต่อแจ้งบริษัททุกบริษัทด้วย
ท่านสามารถแจ้งให้บริษัททำการตัดสายในวันถัดจากวันที่ทำการย้ายบ้านหนึ่งวัน เพื่อให้ยังใช้
โทรศัพท์ในวันที่ทำการย้ายบ้านได้ ถ้าต้องการ

③ ไปรษณีย์
ถ้าได้ไปแจ้งไว้แล้ว ทางไปรษณีย์ก็จะส่งต่อจดหมายต่าง ๆ มายังที่อยู่ใหม่โดยอัตโนมัติ
เป็นเวลา 1 ปี วิธีแจ้งก็คือ ให้กรอกไปรษณียบัตรสำหรับขอเปลี่ยนที่อยู่หรือจะใช้ไปรษณียบัตร
ธรรมดาก็ได้โดยเขียน ①วันที่กรอก ②ที่อยู่เก่าและใหม่ ③ชื่อ-นามสกุลของ เจ้าบ้านและ
ผู้อาศัย ④วันที่จะให้เริ่มทำการส่งต่อจดหมายไปที่อยู่ใหม่ ⑤ประทับตราประจำตัว (อินคัง)
แล้วนำไปยื่นที่ไปรษณีย์หรือจะใส่ตู้ไปรษณีย์ก็ได้
④ ธนาคาร หรือ สถาบันการเงินต่าง ๆ
ให้แจ้งการเปลี่ยนแปลงที่อยู่ใหม่ต่อธนาคาร หรือ สถาบันการเงินที่ท่านใช้บริการอยู่ วิธีแจ้ง
สามารถทำโดยส่งไปรษณีย์ได้ ขอให้ติดต่อสอบถามกับธนาคาร หรือ สถาบันการเงินนั้นๆ
⑤ ใบประกันสุขภาพของรัฐ
ผู้ที่ทำประกันสุขภาพของรัฐ ขอให้ส่งคืนใบประกันสุขภาพของรัฐ ที่แผนกที่รับผิดชอบ
ณ.ที่ว่าการอำเภอของแต่ละท้องที่
⑥ การย้ายออกจากโรงเรียนเก่า (สำหรับเด็กประถมและมัธยมต้น)
ขอให้ติดต่อให้ทางโรงเรียนที่เรียนอยู่ในปัจจุบันทราบถึงรายละเอียด เช่น วันที่จะย้าย
(4) สิ่งที่จะต้องติดต่อหลังจากย้ายที่อยู่แล้ว
① บัตรประจำตัวคนต่างด้าว
จะต้องติดต่อแจ้งเปลี่ยนที่อยู่ใหม่ที่ ที่ว่าการอำเภอของที่อยู่ใหม่ภายใน 14 วันหลังจากย้าย
เข้ามาอยู่แล้ว ⇒ ดูข้อมูล
② จดทะเบียนตราประจำตัว

ถ้ามีความจำเป็น ให้ไปจดทะเบียนตราประจำตัวใหม่ที่ที่ว่าการอำเภอของที่อยู่ใหม่

③ สำหรับผู้ที่ทำประกันสุขภาพหรือประกันบำนาญไว้
ให้ไปจดทะเบียนใหม่ที่ที่ว่าการอำเภอของที่อยู่ใหม่
④ ใบขับขี่
ให้นำหลักฐานรับรองที่อยู่ใหม่ ไปยื่นขอเปลี่ยนที่อยู่ที่สถานีตำรวจของที่อยู่ใหม่ หรือที่
ศูนย์สอบใบขับขี่ ถ้าย้ายมาจากจังหวัดอื่น จะต้องนำรูปถ่าย 2 ใบ (ขนาดแนวตั้ง 3 ซ.ม.
แนวนอน 2.4 ซ.ม.) มาด้วย
⑤ การย้ายเข้าโรงเรียนใหม่ (สำหรับเด็กประถม และ มัธยมต้น)
หลังจากจดทะเบียนบัตรประจำตัวคนต่างด้าวแล้ว ให้ติดต่อกับเจ้าหน้าที่ทางการศึกษาของที่ว่า
การอำเภอเพื่อขอแจ้งย้ายเข้าโรงเรียน


<<PREV TOP NEXT>>