การใช้ชีวิตความเป็นอยู่

1.ในกรณีฉุกเฉิน 2.ที่พักอาศัยและการย้ายบ้าน 3.การใช้ชีวิตความเป็นอยู่ 4.การดำเนินเรื่องขอพำนักอาศัยในประเทศ
5.การจดทะเบียนคนต่างด้าว 6.การแพทย์และสุขภาพ 7.สวัสดิการ 8.การทำงาน
9.ภาษี 10.ระบบการศึกษา 11.รายชื่อองค์กรที่เกี่ยวข้อง

5. การฝากเงินและการส่งเงิน

(1) การเปิดบัญชีฝากเงิน
ในการเปิดบัญชีจำเป็นต้องใช้เอกสารที่สามารถรับรองว่าเป็นเจ้าตัวได้ อาทิเช่นหนังสือเดินทาง
ใบขับขี่ญี่ปุ่นหรือบัตรประจำตัวคนต่างด้าว และตราประจำตัว
บัญชีที่สามารถจะเปิดได้คือ บัญชีออมทรัพย์ธรรมดา บัญชีฝากประจำ บัญชีกระแสรายวัน บัญชี
สะสมทรัพย์ เป็นต้น
เมื่อเปิดบัญชีแล้ว ก็สามารถขอทำบัตรเอทีเอ็มได้ ซึ่งบัตรนี้เมื่อใส่ไปในเครื่องเอทีเอ็ม แล้วใส่รหัส
ที่จดทะเบียนไว้แล้ว ก็สามารถจะใช้บริการต่าง ๆ ของธนาคารได้ เช่น ถอนเงิน ฝากเงิน โอนเงิน
สอบถามยอดเงินฝาก เป็นต้น

(2) เครื่องเอทีเอ็ม (เครื่องถอนเงินโดยอัตโนมัติ)
เมื่อเปิดบัญชีกับธนาคารและขอทำบัตรเอทีเอ็ม แล้ว ก็สามารถใช้บัตรนั้นถอนเงิน ฝากเงิน หรือ
โอนเงินได้ วิธีใช้ก็ไม่ยาก จะมีคำอธิบายบนจอทั้งภาษาญี่ปุ่นและภาษาอังกฤษ การใช้เครื่องเอทีเอ็มนี้
จะรวดเร็วกว่าการไปใช้บริการกับพนักงานโดยตรง และสะดวกกว่ากันมาก
ถ้ามีปัญหาสงสัยเกี่ยวกับวิธีใช้ ก็สามารถจะสอบถามกับพนักงานในธนาคารได้

(3) การส่งเงินไปต่างประเทศ

(1)

เขียนชื่อที่อยู่ ชื่อธนาคาร และหมายเลขบัญชีของผู้ที่ต้องการส่งเงินไปให้ลงใน “ใบขอส่งเงินไป
ต่างประเทศ” และยื่นขอส่งเงินที่ธนาคาร ทั้งนี้ด้านธนาคารฝั่งผู้รับก็ต้องเสียค่าธรรมเนียมเช่นกัน
ค่าธรรมเนียมที่จะต้องเสียและระยะเวลาที่ใช้ ขอให้สอบถามรายละเอียดที่ธนาคารนั้น ๆ

(2) ถ้าต้องการส่งเอง ก็ขอให้ทางธนาคารออกเช็คส่งเงินให้ ซึ่งเมื่อผู้รับได้เช็คแล้ว ก็ให้เอาไปขึ้นที่
ธนาคาร ค่าธรรมเนียมที่จะต้องเสียและระยะเวลาที่ใช้ ขอให้สอบถามรายละเอียดที่ธนาคารนั้น ๆ

(4) การใช้บริการด้านการเงินของไปรษณีย์
ไปรษณีย์ของประเทศญี่ปุ่น นอกจากจะให้บริการรับส่งจดหมายแล้ว ยังให้บริการเกี่ยวกับการฝาก
เงินและธนาณัติอีกด้วย
บริการฝากเงินของไปรษณีย์มีหลายประเภทเช่น ออมทรัพย์แบบธรรมดา ฝากประจำโดยกำหนด
จำนวน ฝากประจำโดยกำหนดระยะเวลาฝาก และฝากสะสมทรัพย์เป็นต้น โดยรวมก็เกือบจะเหมือน
กับธนาคารทั่ว ๆไป เงินที่จะฝากที่ไปรษณีย์ได้นั้น จะฝากยอดรวมทุกบัญชีได้ไม่เกิน 10 ล้านเยน

(5) การส่งเงินไปต่างประเทศผ่านทางไปรษณีย์
(ที่ไปรษณีย์บางสาขาอาจจะไม่่สามารถส่งได้ อีกทั้งมีบางประเทศที่ไม่สามารถส่งเงินไปได้)

(1) ส่งไปตามที่อยู่ที่กำหนด
ยื่นขอให้ทางไปรษณีย์ออกธนาณัติ (มันนี่ออเดอร์) ให้ แล้วทางไปรษณีย์ก็จะส่งธนาณัตินั้นทาง
ไปรษณีย์อากาศไปยังที่อยู่ที่ได้ระบุไว้ ผู้รับก็จะนำธนาณัตินั้นไปเปลี่ยนเป็นเงินสดที่ไปรษณีย์ใน
ประเทศของตน
เวลาที่ใช้ส่งจะแตกต่างกันไปแต่ละประเทศ กรุณาติดต่อสอบถามรายละเอียดที่ไปรษณีย์
(2) นอกจากนั้นยังสามารถส่งเงินเข้าบัญชีที่ระบุไว้โดยตรง หรือถ้าต้องการด่วน จะโอนเงินทาง
โทรเลขก็ได้ อย่างไรก็ตาม มีบางประเทศในอเมริกากลางและใต้ที่ไม่สามารถทำการส่งได้
⇒ ติดต่อสอบถาม: 0120-108-420 (ญี่ปุ่น) 0120-085-420 (อังกฤษ)
เว็บไซต์: http://www.jp-bank.japanpost.jp/


6. การคมนาคม

(1) ใบอนุญาตขับขี่
ในกรณีที่ชาวต่างชาติจะขอใบอนุญาตขับขี่ในประเทศญี่ปุ่น สามารถทำได้ 3 วิธี

① ทำใบอนุญาตขับขี่สากล
② นำใบอนุญาตขับขี่ในประเทศตัวเอง มาเปลี่ยนเป็นใบขับขี่ญี่ปุ่น
③ ทำใบอนุญาตขับขี่ของญี่ปุ่นใหม่ เหมือนคนญี่ปุ่นทั่วไปทำ
※ขั้นตอนของการสมัครใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ประเภทอื่น (เช่นรถที่ใหญ่เป็นพิเศษ) จะเหมือนกัน เว้นแต่ค่าธรรมเนียมจะ
แตกต่างกัน

(2) ใบอนุญาตขับขี่สากล
ใบอนุญาตขับขี่สากลที่ทำมาตามข้อตกลงเจนีวาเท่านั้น ที่จะสามารถใช้ขับรถในประเทศญี่ปุ่นได้
จะมีอายุใช้ได้ภายในระยะเวลา 1 ปี นับจากวันที่เดินทางเข้ามาในประเทศญี่ปุ่นและใบขับขี่ยังไม่
หมดอายุแต่ถ้าใบขับขี่หมดอายุลงก่อนระยะเวลา 1 ปี ก็จะสามารถใช้ได้จนถึงวันที่ใบขับขี่หมดอายุ
ลงเท่านั้น
ข้อควรระวัง : ผู้ที่มีชื่อในทะเบียนครอบครัวญี่ปุ่นหรือผู้ที่ได้จดทะเบียนคนต่างด้าวไว้ เมื่อออก
จากประเทศญี่ปุ่นไปและได้ไปทำใบอนุญาตขับขี่นานาชาติที่ต่างประเทศ ถ้ากลับเข้ามาในประเทศ
ญี่ปุ่นอีก ใบอนุญาตขับขี่นานาชาติที่ทำไว้จะใช้ในประเทศญี่ปุ่นได้ ก็ต่อเมื่อออกจากประเทศญี่ปุ่นไป
เกินกว่า 3 เดือนเท่านั้น

(3) กรณีที่มีใบขับขี่ในประเทศตัวเอง แล้วนำมาเปลี่ยนเป็นใบขับขี่ญี่ปุ่น
(สำหรับคนที่อาศัยอยู่ในญี่ปุ่นเป็นเวลานาน)
สามารถทำใบขับขี่นี้ได้ที่ “ศูนย์ให้บริการทำใบขับขี่” (อุนเต็นเม็งเคียว เซ็นต้า) ในแต่ละจังหวัด
● สถานที่ : “อุนเต็นเม็งเคียว เซ็นต้า” อิบารากิ มาจิ, นางาโอกะ, อาสะ, ยางาชิระ 3783-3
โทรศัพท์ 029-293-8811
สามารถขึ้นรถบัส“คันโตเทซึโดอุบาซุ” ที่ประตูทางออกด้านเหนือของสถานีมิโตะ เพื่อไปศูนย์
ให้บริการทำใบขับขี่ได้
(ปัจจุบันมีสถานที่สำหรับสอบใบขับขี่แค่ที่เดียวในจังหวัดอิบารากิ ผู้ที่อาศัยในเขตพื้นที่จังหวัด
อิบารากิจะต้องมาสมัครทำใบขับขี่ที่นี่)
● วันทำการ : จันทร์-ศุกร์ 9.00-10.00, หยุดทำการวันเสาร์ อาทิตย์ วันหยุดราชการ และช่วง
เทศกาลปีใหม่ (28ธ.ค.-3ม.ค.)
● เอกสารที่ต้องนำไปด้วย

①ใบขับขี่ของประเทศตัวเอง
・ หากไม่มีวันที่ได้รับใบขับขี่ระบุอยู่ จะต้องมีเอกสารรับรองการได้รับ
・ หากใบขับขี่หมดอายุแล้วเปลี่ยนเป็นใบใหม่ จะต้องนำใบเก่าไปด้วยถ้ามีอยู่
②เอกสารที่แปลใบขับขี่เป็นภาษาญี่ปุ่น

※ต้องเป็นเอกสารที่สถานทูตไทย หรือ สมาคมยานยนต์แห่งประเทศญี่ปุ่น (เจเอเอฟ) ออกให้
※ เอกสารที่แปลในประเทศตัวเองจะไม่สามารถใช้ได้ ต้องเป็นเอกสารที่แปลในญี่ปุ่นเท่าน้น

เจเอเอฟ สาขาอิบารากิ 〒310-0851 มิโตะชิ, เซ็นบะโจ 2475-7 โทรศัพท์ 029-244-7211
เว็บไซต์ของเจเอเอฟ http://www.jaf.or.jp/
วิธีสมัคร : นำเอกสารที่มายื่นเอง หรือส่งด้วยจดหมายลงทะเบียนเงินสด(เก็งคินคาคิโทเมะ)
วันทำการ : จันทร์-ศุกร์ เวลา 9.00-17.30
เอกสารที่จำเป็น : สำเนาใบขับขี่ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง
ชื่อและที่อยู่เจ้าของใบขับขี่ (ที่อยู่, เบอร์โทรศัพท์)
ต้องเสียค่าธรรมเนียมด้วย
(สอบถามข้อมูลที่ : สำนักงานใหญ่ เจเอเอฟ มินาโตะคุ, ชิบะโคเอน, 3-5-8,
โทรศัพท์ 03-5976-9710)
③ หนังสือเดินทาง    ④ รูปถ่าย 2 ใบ (3 ซ.ม. × 2.4 ซ.ม.)
⑤ อื่น ๆ (ใบอนุญาตขับขี่นานาชาติ, บัตรประจำตัวคนต่างด้าว)
● ต้องเสียค่าธรรมเนียม

(4) ระยะเวลาหมดอายุของใบอนุญาตขับขี่
ใบอนุญาตขับขี่ญี่ปุ่นที่ทำใหม่นั้น จะมีอายุใช้ได้ 3 ปี (จนถึงวันเกิดของตนเองในปีที่ 3)
หลังจากนั้นแล้ว ก็สามารถจะต่ออายุได้ทุกๆ 3 หรือ 5 ปี ถ้าใบอนุญาตขับขี่หมดอายุลง ก็ถือว่า
ใบอนุญาตขับขี่นั้นหมดสภาพ จะใช้ขับขี่ยานยนต์อีกไม่ได้
ขอให้ระมัดระวังอย่าลืมที่จะทำการยื่นต่ออายุใบขับขี่ใหม่เมื่อหมดอายุลง
ในกรณีที่เปลี่ยนที่อยู่ใหม่ จำเป็นที่จะต้องไปขอแก้ที่อยู่ที่เขียนไว้ในใบอนุญาตขับขี่ ขอให้นำ
เอกสารที่สามารถรับรองที่อยู่ใหม่ (เช่น บัตรคนต่างด้าว)ไปติดต่อทำเรื่องได้ ที่สถานีตำรวจในท้องที่
ของท่าน หรือที่ศูนย์สอบใบอนุญาตขับขี่ในจังหวัดนั้น ๆ

(5) การซื้อรถยนต์ในญี่ปุ่น
ในการซื้อรถยนต์ จะต้องมีการดำเนินเรื่องต่างๆ เช่น เปลี่ยนชื่อเจ้าของรถ จดทะเบียนที่จอดรถ
ประกัน และภาษี เป็นต้น สามารถปรึกษารายละเอียดที่พนักงานของบริษัทจำหน่ายรถยนต์ได้
ท่านจะต้องนำรถเข้ารับการตรวจสอบสภาพตามระยะเวลาที่กำหนด สำหรับรถยนต์ใหม่แบบ
ธรรมดาจะต้องรับการตรวจสภาพเมื่อครบปีที่ 3 และหลังจากนั้น 1 ครั้งทุกๆ 2 ปี

(6) อุบัติเหตุบนท้องถนนและการประกันภัย
○ เมื่อเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน
・ เลื่อนรถไปจอดในที่ที่ปลอดภัยแล้วดับเครื่องเสีย
・ ถ้ามีผู้บาดเจ็บ ก็ให้เรียกรถพยาบาล (โทรศัพท์เบอร์ 119)
・ แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจถึงอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น (โทรศัพท์เบอร์ 110)
・ ตรวจสอบชื่อ นามสกุล ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ และหมายเลขทะเบียนรถของคู่กรณี
・ ถ้ามีพยานผู้เห็นเหตุการณ์ ก็ให้จดชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ไว้
・ ติดต่อบริษัทประกันภัย

○ การทำประกันภัยชดเชยความเสียหายและบาดเจ็บ (จิไบเซกิโฮเค็ง)
เป็นการประกันภัยที่กฎหมายบังคับว่าทุกคนที่มียานยนต์ต้องทำ

○ การทำประกันภัยโดยสมัครใจ
เป็นการประกันนอกเหนือจากที่บังคับตามกฎหมาย ซึ่งจะครอบคลุมในกรณีที่ต้องเสียค่าชดเชย
ต่างๆ เป็นจำนวนสูงเกินวงเงินประกันของการทำประกันภัยส่วนที่บังคับตามกฎหมาย

(7) วิธีดูตารางรถบัส
ที่ป้ายรถบัสจะมีตารางเวลารถ แสดงเวลาที่รถบัสมาถึงที่ป้าย ไม่ใช่เวลาที่ออกรถ

(8) วิธีการซื้อตั๋วรถไฟ
การขึ้นรถไฟที่ญี่ปุ่น สามารถซื้อตั๋วโดยสารได้ที่ตู้อัตโนมัติ และช่องขายตั๋วของสถานี ถ้าปลาย
ทางเดียวกัน สามารถขึ้นรถไฟขบวนเวลาใดก็ได้
แต่สําหรับการขึ้นรถด่วน จําเป็นต้องมีตั๋วด่วนพิเศษ มีส่วนลดตั๋วชุด (ไคซูเคง) และ ตั๋วเดือน
(เทคิเคง) และมีตั๋วแบบจ่ายเงินก่อน (พรีเพด)


7. กลุ่มอัตนาภิบาล,ชุมชนการจัดกลุ่มระเบียน

○ กลุ่มอัตนาภิบาล(ปกครองตนเอง) ชุมชนจัดกลุ่มระเบียน
ในประเทศญี่ปุ่นนั้น โดยทั่วไปแล้วจะมีกลุ่มปกครองตัวเองของแต่ละหมู่บ้าน ที่เรียกว่า「โจไนไค」
(กลุ่มระเบียน) หรือ「จิจิไค」(กลุ่มอัตนาภิบาล)
ซึ่งสมาชิกในกลุ่มมักจะมีหนังสือเวียนถึงกันเกี่ยวกับข่าวสารต่าง ๆ จากทางรัฐ หรืออาจจะมีการทำ
กิจกรรมช่วยเหลือกัน เช่น งานเทศกาลต่าง ๆ นอกจากนั้น อาจจะมีการฝึกซ้อมการหนีภัย ฯลฯ
เงินที่เอามาใช้จ่ายในด้านต่าง ๆ มักจะได้มาจากค่าสมาชิกที่จะเรียกเก็บมาจากแต่ละบ้าน
คนต่างชาติที่อาศัยอยู่ที่นี่ก็สามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ ขอให้ลองสอบถามดูจากคณะกรรมการ
หมู่บ้านที่อาจจะมาเยี่ยมทักทายที่บ้าน

8. ระบบระยะเวลา คูลลิ่ง อ๊อฟ

ในกรณีที่มีคนมาขายของตามบ้านแล้วบังเอิญทำสัญญาซื้อไปพอมาคิดทีหลังก็อยากจะ
เลิกล้มสัญญานั้น ตามกฎหมายของญีปุ่นสามารถทำได้ภายใน 8 วันหลังจากวันทำสัญญา
โดยไม่มีข้อแม้ใดๆทั้งสิ้น ระบบนี้มีชื่อเรียกว่า “คูลลิ่ง อ๊อฟ” ตามกฎหมายการทำสัญญา
ของผู้บริโภคนั้น ถ้าถูกหลอกลวงให้ทำสัญญาซื้อขายที่ไม่สุจริต ผู้บริโภคก็อาจจะขอล้ม
เลิกสัญญาได้ถึงแม้เวลาจะผ่านไปเกินกว่า 8 วันแล้วก็ตาม รายละเอียดจะสอบถามได้ที่
ศูนย์ผู้บริโภคในเขตของท่านหรือที่ว่าการอำเภอในแต่ละเขต

ศูนย์ผู้บริโภคในเขตจังหวัด อิบารากิ 029-225-6445 (จันทร์-ศุกร์ 9:00-17:00น.)


9. อื่นๆ

●ร้านสะดวกซื้อ(คอนวีเนียนสโตร์) มีบริการถ่ายสําเนาและส่งโทรสาร (แฟกซ์) ภายในประเทศ
●ตั๋วเครื่องบิน ซื้อได้ที่บริษัทท่องเที่ยวทั่วไป


<<PREV TOP NEXT>>