สวัสดิการ

1.ในกรณีฉุกเฉิน 2.ที่พักอาศัยและการย้ายบ้าน 3.การใช้ชีวิตความเป็นอยู่ 4.การดำเนินเรื่องขอพำนักอาศัยในประเทศ
5.การจดทะเบียนคนต่างด้าว 6.การแพทย์และสุขภาพ 7.สวัสดิการ 8.การทำงาน
9.ภาษี 10.ระบบการศึกษา 11.รายชื่อองค์กรที่เกี่ยวข้อง



1. ระบบเงินบำนาญ

(1) ระบบประกันเงินบำนาญสวัสดิการสำหรับลูกจ้าง
ระบบประกันเงินบำนาญสวัสดิการสำหรับลูกจ้างนี้มีจุดประสงค์หลักคือ เป็นเงินบำนาญให้ลูก
จ้างเก็บไว้ใช้เมื่อยามชราภาพ นอกจากนี้ยังเป็นเงินที่ให้เมื่อลูกจ้างไม่สามารถทำงานได้เนื่องจาก
เจ็บป่วยหรือได้รับบาดเจ็บ รวมทั้งเป็นระบบที่ช่วยเหลือครอบครัวของลูกจ้างที่เสียชีวิตด้วย
บริษัทเอกชนทุกแห่งจะต้องทำประกันนี้ โดยพนักงานทุกคนในบริษัทจะต้องทำประกัน ยกเว้น
ลูกจ้างชั่วคราวและลูกจ้างที่ทำงานรายวัน
ค่าประกันจะจ่ายโดยพิจารณาจากเงินเดือนของลูกจ้าง โดยลูกจ้างกับนายจ้างจะจ่ายค่าประกัน
คนละครึ่ง
นอกเหนือจากการจ่ายเงินประกันสังคมที่สมาคมประกันสุขภาพ แล้ว จะต้องดำเนินเรื่องต่าง ๆ
ที่เกี่ยวกับการประกันสังคม ที่สำนักงานประกันสังคม หากต้องการสอบถามรายละเอียด กรุณาติดต่อที่
สำนักงานประกันสังคมในเขตพื้นที่สำนักงานของท่าน (ดูข้อมูล)
อนึ่ง ผู้ที่ไม่ได้ทำประกันสังคมอันนี้ จะต้องทำประกันในระบบเงินบำนาญของประชาชน ซึ่งมี
จุดมุ่งหมายคล้าย ๆ กัน
(2)

ระบบเงินบำนาญของประชาชน
○ เงินบำนาญของประชาชนคืออะไร
เงินบำนาญของประชาชน คือระบบการให้บำนาญพื้นฐานแก่ประชาชนทุกคน
เพื่อเป็นหลักประกันรายได้ในกรณีที่แก่ตัวลง พิการ หรือเสียชีวิต
ผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศญี่ปุ่นที่มีอายุ 20 – 59 ปี รวมถึงคนต่างชาติด้วย จะต้องเข้าทำประกัน
ระบบบำนาญนี้
เพิ่มเติมจากการทำระบบเงินประกันบำนาญประชาชนแล้ว ยังอาจจะทำประกันเงินบำนาญ
สวัสดิการของที่ทำงาน หรือเงินประกันบำนาญอื่น ๆ ร่วมด้วย

○ การทำประกัน
การทำประกันเงินบำนาญของประชาชนให้ติดต่อที่ที่่ว่าการอำเภอในท้องที่
ผู้ที่ทำเงินประกันบำนาญสวัสดิการ หรือ อื่น ๆ กับทางบริษัทแล้ว ก็ไม่ต้องไปขอต่างหากอีก

○ ค่าประกัน
เมื่อขอทำประกันแล้ว ก็ต้องเสียค่าประกันเป็นประจำ ซึ่งสามารถจะไปเสียได้ที่ไปรษณีย์หรือ
ธนาคารทุกแห่ง หรือจะขอให้หักโดยตรงจากบัญชีก็ได้
ผู้ที่ทำเงินประกันบำนาญสวัสดิการหรือเงินประกันบำนาญอื่น ๆ กับทางบริษัทแล้ว ทางบริษัท
ก็จะหักโดยตรงจากเงินเดือนหรือเงินโบนัส

(3) การขอเงินคืนบางส่วนเมื่อออกนอกประเทศ

ผู้ที่ทำประกันบำนาญแล้ว สามารถยื่นเรื่องขอเงินบางส่วนคืนหลังจากออกนอกประเทศญี่ปุ่นไป
แล้วได้
การขอเงินบางส่วนคืนนั้นจะได้รับก็ต่อเมื่อยื่นเรื่องภายใน 2 ปีหลังจากออกนอกประเทศ ตาม
เงื่อนไข 4 ข้อด้านล่าง
① ไม่ได้ถือสัญชาติญี่ปุ่น
② จ่ายเงินประกันบำนาญของประชาชนหรือเงินประกันบำนาญสวัสดิการ
เป็นเวลานานเกิน 6 เดือน
③ ไม่ได้มีที่่อยู่ในประเทศญี่ปุ่น
④ ไม่เคยได้รับเงินบำนาญ (รวมทั้งเงินช่วยเหลือคนพิการด้วย)

ขั้นตอนการยื่นเรื่องขอเงินบางส่วนคืน
① รับเอกสารที่ใช้ยื่นเรื่อง
[ขอเอกสารได้ที่] ● สำนักงานประกันสังคมหรือที่ว่าการอำเภอ
② กรอกข้อมูลในหัวข้อที่จำเป็นทั้งหมด
③ ส่งเอกสารไปที่ที่อยู่หลังแบบฟอร์ม


2. การสงเคราะห์ค่าครองชีพ (เวลามีปัญหาในการครองชีพ )

(1) สวัสดิการช่วยเหลือในการครองชีพ
เป็นระบบที่มีจุดมุ่งหมายที่จะช่วยเหลือครอบครัวที่ประสบปัญหาทางเศรษฐกิจ อาทิเช่น
ผู้ที่หารายได้เลี้ยงครอบครัวบาดเจ็บเจ็บป่วยหรือเสียชีวิตลง ทำให้ครอบครัวขาดรายได้ที่จะมาจุนเจือ
ทางรัฐก็จะให้ความช่วยเหลือขั้นต่ำที่สุดเพื่อที่จะให้ครอบครัวครองชีพอยู่ได้
ตามกฎหมายว่าด้วยการขอรับสวัสดิการช่วยเหลือนั้น ก่อนที่จะมีสิทธิ์ขอสวัสดิการช่วยเหลือที่
กล่าวมา สมาชิกทุกคนในครอบครัวต้องแสดงให้เห็นว่า แต่ละคนได้ใช้ความพยายามถึงที่สุดแล้วที่จะ
รักษาการครองชีพของครอบครัวซึ่งอยู่ในสภาวะย่ำแย่ แต่ก็ไม่สามารถประคับประคองได้ รัฐจึงจะให้
ความช่วยเหลือ (กฎหมายการสงเคราะห์ค่าครองชีพ ข้อที่4 [หลักเกณฑ์การช่วยเหลือ])
ผู้ที่สามารถจะยื่นขอสวัสดิการนี้ได้คือ พลเมืองชาวญี่ปุ่น ผู้ที่ถือวีซ่าอยู่อาศัยถาวร คนต่างชาติที่เป็น
คู่สมรสของคนญี่ปุ่น และผู้ที่ได้รับอนุญาตพิเศษให้อยู่อาศัยถาวร

(2) ประเภทของการช่วยเหลือ
สวัสดิการช่วยเหลือที่จะมีให้นั้น มีให้ในหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับความจำเป็นของผู้ขอ

(1) ความช่วยเหลือด้านการครองชีพ
ช่วยเหลือด้านการเงินในการซื้อหาเครื่องอุปโภคบริโภคประจำวัน
(2) ความช่วยเหลือด้านที่อยู่อาศัย
ช่วยเหลือด้านการเงินในการจ่ายค่าเช่า ค่าที่ หรือค่าซ่อมแซมบ้านเรือนให้รักษาสภาพอยู่ได้
(3) ความช่วยเหลือด้านการศึกษา
ช่วยเหลือด้านการเงินในการจัดหาข้าวกลางวันหรืออุปกรณ์การเรียนต่าง ๆ (ความช่วยเหลือนี้จะ
ให้เฉพาะการศึกษาภาคบังคับเท่านั้น)
(4) ความช่วยเหลือด้านการดูแลรักษาผู้ป่วย คนชรา
ช่วยเหลือด้านการเงินในการใช้บริการการดูแลรักษาผู้ป่วย หรือ คนชรา
(5) ความช่วยเหลือด้านการแพทย์
ช่วยเหลือด้านการเงินในค่าโรงพยาบาล ค่าตรวจวินิจฉัย และค่ายาต่าง ๆ
(6) ความช่วยเหลือชั่วคราว
ช่วยเหลือด้านการเงินในกรณีที่ต้องการเป็นพิเศษ ซึ่งจะให้ความช่วยเหลือภายในระยะเวลาและ
จำนวนเงินที่กำหนดไว้เท่านั้น
(7) ความช่วยเหลือด้านอื่น ๆ
① ยกเว้นค่าน้ำ (ค่าธรรมเนียมพื้นฐาน)
② ยกเว้นค่าประกันภัยในการจราจร
③ ให้บัตรขึ้นรถเมล์หรือรถไฟใต้ดินได้โดยไม่ต้องเสียค่าโดยสาร
④ ยกเว้นค่าประกันบำนาญประชาชน
⑤ ยกเว้นค่ารับสัญญาณถ่ายทอดของสถานี เอ็นเอชเค
ติดต่อสอบถาม สำนักงานในเขตภูมิภาค ฝ่ายสวัสดิการ


3. สวัสดิการแก่เด็ก

(1) สถานเลี้ยงเด็ก
ให้บริการแก่เด็กเล็กก่อนเข้าโรงเรียน สำหรับเด็กที่ครอบครัวต้องทำงานหรือเจ็บป่วย ไม่สามารถ
ที่จะดูแลเด็กในเวลากลางวันได้
สถานเลี้ยงเด็กนี้เป็นสวัสดิการที่มีให้ตามกฎหมายสวัสดิการเด็ก จะสังกัดอยู่กับกระทรวงแรงงาน
และสวัสดิการสังคม
สถานเลี้ยงเด็กนี้มีด้วยกัน 2 ประเภทคือ สถานเลี้ยงเด็กที่ได้รับการรับรองกับที่ไม่ได้รับการรับรอง

(1) สถานเลี้ยงเด็กที่ได้รับการรับรอง
คือสถานเลี้ยงเด็กที่ได้รับการรับรองจากทางรัฐบาล มีด้วยกัน 2 ประเภทคือ สถานเลี้ยงเด็กที่
หมู่บ้าน, อำเภอ หรือ หน่วยบริหารงานท้องถิ่นเป็นผู้ก่อตั้งขึ้น กับสถานที่เลี้ยงเด็กที่กองสวัสดิการ
สังคมเป็นผู้ก่อตั้งขึ้น และได้รับการรับรองตามกฎระเบียบ ของกฎหมายสวัสดิการเด็กเกือบทุกท้องที่
จะเปิดรับสมัครล่วงหน้า 1 ปี ในตอนต้นเดือนมกราคม แต่ถ้ายังมีที่ว่างอยู่ก็จะสมัครเข้าเมื่อไรก็ได้
ค่าธรรมเนียมก็จะคำนวณจากรายได้ของผู้ปกครองในปีที่ผ่านมา
(2) สถานเลี้ยงเด็กที่ไม่ได้รับการรับรอง
สถานเลี้ยงเด็กเหล่านี้ภาคเอกชนเป็นผู้ก่อตั้งขึ้นโดยไม่ได้การรับรองจากกฎหมายสวัสดิการเด็ก
กฎเกณฑ์การรับสมัครก็จะขึ้นอยู่กับสถานเลี้ยงเด็กนั้น ๆ

(2) สถานที่ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับเด็ก
จะให้คำปรึกษาและข้อแนะนำต่าง ๆ เกี่ยวกับปัญหาทั่วไปของเด็ก รวมไปถึงปัญหาการทารุณเด็ก
และปัญหาที่เกี่ยวกับเด็กที่พิการทางสมอง
ทางฝ่ายสวัสดิการสังคมหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะให้คำปรึกษาทั้งในรูปของจดหมายหรือใบ
ประกาศ และอาจจะไปให้คำปรึกษาโดยตรงแก่ผู้ปกครองตามบ้านหรือทางโทรศัพท์ ⇒ ดูข้อมูล

(3) สถานส่งเสริมช่วยเหลือครอบครัวที่มีแต่แม่และเด็ก
เป็นสถานที่ที่ให้ความช่วยเหลือแก่ครอบครัวที่ขาดพ่อ มีแต่แม่และลูกที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี โดย
มี เหตุผลบางประการที่ทำให้ไม่สามารถอบรมเลี้ยงดูลูกอย่างเพียงพอได้ ทางนี้ก็จะรับเอาเด็กมาดูแล
แทน ⇒ สอบถาม ฝ่ายสวัสดิการสังคม

(4) สถานผดุงครรภ์
เป็นสถานที่ที่ให้ความช่วยเหลือแก่ผู้มีครรภ์ที่มีปัญหาทางการเงินในการคลอดบุตร ผู้ที่จะมาใช้
บริการได้นั้น จะจำกัดไว้ว่า ต้องเป็นผู้ที่มีรายได้ในปีนั้น ๆ น้อยจนไม่ต้องเสียภาษีเงินได้

ชื่อสถานที่ ผู้ก่อตั้ง ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์
ศูนย์ทางการแพทย์คาสุมิกาอุระ รัฐบาล 〒300-0812
ซึจิอุระ-ชิ, ชิโมทาคาซึ 2-7-14
029-822-5050

(5) เงินช่วยเหลือครอบครัวที่มีเด็กเล็ก
ครอบครัวที่มีเด็กเล็กที่ยังไม่ได้เข้าโรงเรียน จะได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐเป็นค่าเลี้ยงดู
รัฐบาลจะจ่ายค่าเบี้ยเลี้ยงเด็กให้แก่ผู้ที่เลี้ยงดูแลเด็ก ในระหว่างช่วงเวลาจนถึงวันที่ 31 มีนาคม
แรก หลังจากเด็กอายุครบ 12 ปี (ก่อนจบชั้นประถม) แต่กรณีที่รายได้ของปีก่อนหน้า มากกว่าที่ํ
กําหนดไว้ จะไม่จ่ายค่าเบี้ยเลี้ยงรายเดือนงวดเดือน มิถุนายนเป็นต้นไป (สําหรับเบี้ยเลี้ยงรายเดือน
งวดเดือนมกราคม ถึง เดือนพฤษภาคม จะพิจารณารายได้ใน 2 ปีก่อนว่ามากกว่าที่กําหนดไว้หรือ
ไม่) รายละเอียดเพิ่มเติม สอบถามได้ที่เขตที่อาศัย

เงินที่จ่าย
・ต่ํากว่า 3 ปี 10,000 เยน เท่ากันหมด (รายเดือน)
・3 ปีขึ้นไป คนที่ 1 5,000 เยน (รายเดือน)
คนที่ 2 5,000 เยน (รายเดือน)
คนที่ 3 เป็นต้นไป 10,000 เยน (รายเดือน)

เวลาจ่ายเงิน
ค่าเบี้ยเลี้ยงเด็ก ตามปกติจะจ่ายส่วนของเดือนก่อนหน้าในเดือนกุมภาพันธ์ มิถุนายน ตุลาคมของ
ทุกปี

(6) เงินช่วยเหลือแก่เด็กกำพร้า
ครอบครัวที่พ่อเสียชีวิต หย่าร้าง หรือพิการทางร่างกายหรือจิตใจมาก จะได้รับเงินช่วยเหลือจาก
รัฐให้แก่แม่หรือผู้ที่ทำหน้าที่ดูแลเด็กในบ้านที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี (แต่ถ้าเด็กมีความพิการทางร่างกาย
หรือจิตใจอย่างปานกลาง เงินช่วยเหลือนี้ก็จะมีให้จนกระทั่งถึงอายุ 20 ปี) ทั้งนี้การให้จะมีข้อแม้ขึ้น
อยู่กับรายได้ของครอบครัวนั้น ๆ ด้วย



<<PREV TOP NEXT>>