ภาษี

1.ในกรณีฉุกเฉิน 2.ที่พักอาศัยและการย้ายบ้าน 3.การใช้ชีวิตความเป็นอยู่ 4.การดำเนินเรื่องขอพำนักอาศัยในประเทศ
5.การจดทะเบียนคนต่างด้าว 6.การแพทย์และสุขภาพ 7.สวัสดิการ 8.การทำงาน
9.ภาษี 10.ระบบการศึกษา 11.รายชื่อองค์กรที่เกี่ยวข้อง



1. เกี่ยวกับภาษีต่าง ๆ

ภาษีที่เรียกเก็บในประเทศญี่ปุ่น แบ่งได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ คือ “ภาษีที่เก็บโดยรัฐบาล หรือภาษี
เงินได้” และ “ภาษีที่เก็บโดยส่วนท้องถิ่นหรือภาษีพลเมือง”
ถึงแม้ว่าจะเป็นคนต่างชาติ การจ่ายภาษีก็ต้องเป็นไปเหมือนคนญี่ปุ่นทุกประการ
ถ้าทำงานโดยได้รับเงินเดือนจากนายจ้าง ภาษีเงินได้และภาษีพลเมืองจะถูกหักโดยอัตโนมัติไป
จากเงินเดือน
ถ้ารายได้ไม่ได้ถูกหักภาษีโดยอัตโนมัติ ก็จะต้องทำเรื่องแจ้งเสียภาษีไปยังกรมสรรพากรในกรณี
ของภาษีเงินได้ และที่ว่าการอำเภอในกรณีของภาษีพลเมือง
สอบถามรายละเอียดได้ที่ ที่ว่าการอำเภอหรือหน่วยงานกรมสรรพากรในท้องที่ของท่าน กรุณา
ติดต่อผ่านผู้ที่เข้าใจภาษาญี่ปุ่น ⇒ ดูข้อมูล


2. ภาษีเงินได้

(1) ภาษีเงินได้คืออะไร
คือภาษีที่ประเทศเรียกเก็บจากรายได้ที่ได้ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนธันวาคมในปีนั้น ๆ
โดยปกติแล้วผู้ที่เป็นลูกจ้าง ทางนายจ้างจะหักจากเงินเดือนโดยอัตโนมัติทุกเดือน (คือการหัก ณ.
ที่จ่าย)
ถึงแม้ว่าจะเป็นคนต่างชาติเหมือนกัน คนที่มีที่อยู่อาศัยในประเทศ กับคนที่มาอยู่ เพียงชั่วคราว
ก็จะถูกเก็บภาษีในอัตราและขอบเขตที่ต่างกัน
(ผู้ที่อยู่อาศัยในประเทศ คือบุคคลที่มีที่อยู่ในญี่ปุ่น หรืออยู่ในญี่ปุ่นในที่อยู่ปัจจุบันเกินกว่า 1 ปี)
สำหรับผู้ที่อยู่อาศัยในประเทศ ก็จะเสียภาษีในอัตราเดียวกับคนญี่ปุ่นโดยทั่วไป
ส่วนผู้ที่อยู่เป็นการชั่วคราวนั้น โดยปกติแล้วจะถูกเก็บภาษีในอัตรา 20% ของรายได้ ยกเว้นผู้ที่
ได้รับสิทธิพิเศษตามข้อสัญญาระหว่างชาติ ให้ยกเว้นภาษีเงินได้

(2) ใบแจ้งภาษีหัก ณ. ที่จ่ายสะสม
เป็นใบที่จะแจ้งให้ทราบถึงจำนวนเงินเดือนที่ได้รับตลอด 1 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่เดือนมกราคมถึง
เดือนธันวาคมรวมถึงจำนวนของภาษีที่ได้หัก ณ. ที่จ่ายไป โดยทั่วไปแล้ว ทางนายจ้างจะออกใบนี้ให้
ประมาณปลายเดือนมกราคมของปีถัดไป
ถ้าเป็นกรณีที่ลาออกจากงานในระหว่างปี ทางนายจ้างก็จะออกเอกสารให้ภายใน 1 เดือนหลังจาก
วันที่ลาออกจากงาน
ใบแจ้งภาษีนี้เป็นเอกสารสำคัญที่รับรองการจ่ายภาษีเงินได้ เวลาไปต่ออายุวีซ่าก็จำเป็นที่จะต้อง
ใช้ ขอให้เก็บรักษาไว้อย่างดี

(3) การปรับจำนวนภาษีตอนสิ้นปี
ภาษีเงินได้ที่หัก ณ. ที่จ่ายจากเงินเดือนไปทุกเดือนนั้น เมื่อถึงเวลาสิ้นปีทางนายจ้างก็จะทำการ
ชำระบัญชีระหว่างจำนวนภาษีที่จะต้องจ่ายทั้งหมด กับจำนวนภาษีที่หักสะสมไว้ทุกเดือน แล้วก็จะทำ
การเรียกชำระเพิ่มหรือจ่ายคืนส่วนที่เหลือให้กับลูกจ้าง
คนต่างชาติที่มีครอบครัวอยู่ต่างประเทศ ก็อาจจะขอลดหย่อนภาษีในส่วนของครอบครัวที่ต้อง
ดูแลรับผิดชอบได้ ขอให้สอบถามรายละเอียดที่หน่วยงานสรรพากรในแต่ละท้องที่ ⇒ ดูข้อมูล
ถ้ามีบุตรเกิดมาภายในวันที่ 31 ธันวาคม หรือได้ทำประกันอะไรไว้ ก็จะต้องแจ้งให้นายจ้างทราบ
โดยเร็ว เพื่อทางนายจ้างจะได้ปรับจำนวนภาษีใหม่ภายในเดือนมกราคมของปีถัดไป


3. การแจ้งภาษีเงินได้

(1) การแจ้งภาษีเงินได้
การแจ้งภาษีเงินได้ คือการคำนวณรายได้ที่ได้ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมาทั้งหมด จากวันที่ 1 มกราคม
ถึงวันที่ 31 ธันวาคม จากนั้นก็คำนวณจำนวนภาษีที่จะต้องจ่าย แล้วก็แจ้งจำนวนดังกล่าวไปยัง
กรมสรรพากร
บุคคลที่จะต้องแจ้งภาษีดังกล่าว ได้แก่ บุคคลที่ไม่ได้ถูกหักภาษี ณ.ที่จ่ายจากเงินเดือน และ บุคคล
ที่มีรายได้เกินกว่า 2 แห่ง หรือบุคคลที่มีรายได้อื่นนอกจากเงินเดือน บุคคลเหล่านี้จะต้องทำการแจ้ง
ภาษีที่จะต้องจ่ายแก่ทางการภายในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ 15 มีนาคมของปีถัดไป
ใบคำร้องการแจ้งภาษีนั้น ทางกรมสรรพากรจะส่งมาให้แก่ผู้ที่ได้อยู่ในประเทศเป็นเวลาเกินกว่า
1 ปี และได้ทำการแจ้งภาษีเงินได้ในปีที่ผ่านมา
แต่สำหรับผู้ที่จะแจ้งเป็นครั้งแรก หรือผู้ที่ถูกหักภาษี ณ. ที่จ่ายไปทุกเดือนแล้วนั้น ก็จะไม่มีการส่ง
แบบคำร้องมาให้

(2) เอกสารที่จะต้องใช้ในการแจ้งภาษี
① เอกสารรับรองรายได้ในปีที่ผ่านมา (อาจจะเป็นใบแจ้งภาษีหัก ณ. ที่จ่ายสะสม หรือใบรับรอง
การจ่าย)
② เอกสารที่จำเป็นในการขอหักค่าเลี้ยงดูส่งเสียครอบครัว (ใบสูติบัตรของลูกที่เกิด และหลักฐาน
การโอนเงิน เป็นต้น)
③ เอกสารที่จำเป็นในการขอหักค่าประกันต่าง ๆ ที่ทำไว้ (เอกสารการขอหักค่าประกัน)
④ บัตรประจำตัวคนต่างด้าว
⑤ ตราประจำตัวหรือลายเซนต์

(3) การคืนภาษี
อาจจะทำเรื่องขอคืนภาษีที่จ่ายไปได้ในหลาย ๆ กรณี เช่น สมาชิกของครอบครัวที่ต้องส่งเสียเลี้ยง
ดูมีจำนวนเพิ่มขึ้น, ค่ารักษาพยาบาลที่ได้จ่ายไปเป็นจำนวนสูง, ในกรณีที่ทรัพย์สินถูกโจรกรรมหรือ
ได้รับความเสียหายจากภัยพิบัติต่าง ๆ, บ้านที่อยู่อาศัยได้รับความเสียหาย ผู้ที่ได้รับความเสียหายจาก
ภัยพิบัติ, ผู้ที่สร้างหรือซื้อบ้านใหม่, ผู้ที่ทำงานพิเศษชั่วคราวเพื่อเลี้ยงชีพ เป็นต้น เมื่อยื่นแจ้งภาษีกับ
ทางสรรพากรแล้ว อาจจะได้ภาษีบางส่วน (นับย้อนหลัง 5 ปี) คืนกลับมาได้
การยื่นแจ้งภาษีข้างต้น ทางกรมสรรพากรจะรับเรื่องให้ แม้ว่าจะเป็นวันที่ก่อน 15 กุมภาพันธ์
เมื่อขอต่ออายุหรือเปลี่ยนวีซ่า ในบางกรณีอาจจะต้องใช้สำเนาใบแจ้งภาษีด้วย ผู้ที่จำเป็นต้องใช้
ขอให้ยื่นเรื่องขอด้วย


4. ภาษีพลเมือง

(1) ภาษีพลเมือง
ภาษีพลเมือง คือภาษีที่จ่ายให้กับทางส่วนท้องถิ่นที่อาศัยอยู่ โดยจะคำนวณจากรายได้ที่ได้รับใน
รอบปีที่ผ่านมา
ไม่ว่าจะเป็นคนชาติใดก็ตาม นับจนถึงวันที่ 1 มกราคม ถ้ามีที่อยู่ในเขตท้องที่ใด ก็ต้องไปเสียภาษี
พลเมืองให้ท้องที่นั้น ๆ
จำนวนภาษีที่จะต้องเสียนั้น จะดูจากจำนวนภาษีที่จ่ายเมื่อปีที่ผ่านมา และจะแจ้งให้เจ้าตัวทราบ
หลังจากเดือนเมษายน
สำหรับผู้ที่ทำงานรับเงินเดือน จะคำนวณรายได้ที่ได้รับนับจากเดือนมิถุนายนปีนี้ ถึงเดือน
พฤษภาคมปีถัดไป จำนวนภาษีจะแบ่งหักจากเงินเดือนแต่ละเดือน
สำหรับผู้ที่ไม่ได้ถูกหักภาษีจากเงินเดือนโดยอัตโนมัติ ก็จะมีจดหมายแจ้งจากทางท้องถิ่นต่างหาก
เมื่อได้รับแล้วก็ขอให้รีบไปชำระที่ธนาคาร สถาบันการเงิน หรือไปรษณีย์
กรณีที่จ่ายภาษีในประเทศไทยด้วย ท่านสามารถยื่นเรื่อง เพื่อป้องกันการจ่ายภาษีซ้ำซ้อนในส่วน
ของรายได้ที่เกิดในประเทศญี่ปุ่นได้

(2) ใบรับรองการเสียภาษีและใบรับรองรายได้
ในกรณีที่ยื่นขอเปลี่ยนวีซ่า หรือนำลูกเข้าสถานเลี้ยงเด็ก หรือขอเข้าอยู่อาศัยในอาคารสงเคราะห์
ของรัฐ ก็จำเป็นที่จะต้องมีใบรับรองรายได้ที่ได้รับ ผู้ที่มีความจำเป็นต้องใช้ ขอให้ติดต่อที่ที่ว่าการ
อำเภอ
ในกรณีที่ประสบภัยพิบัติ เจ็บป่วย หรือตกงาน จนไม่สามารถที่จะเสียภาษีได้ อาจจะยื่นขอ
ผ่อนผันลดหย่อนภาษีได้

(3) การเสียภาษีล่าช้า
ในกรณีที่เสียภาษีล่าช้า ก็จะต้องเสียค่าปรับ โดยจะนับจากวันถัดจากวันสุดท้ายที่ต้องไปเสีย
จนถึงวันที่ไปเสีย
ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ไปเสียภาษี ก็อาจมีโทษต่าง ๆ อาทิเช่น ยึดทรัพย์หรือปรับ


5. ภาษีผู้บริโภค

ภาษีผู้บริโภค คือภาษีที่เรียกเก็บเมื่อมีการบริโภค เช่น การซื้อของ เป็นต้น
อัตราภาษีในปัจจุบัน คือ 5% โดยร้านค้าจะแสดงราคาสินค้าที่รวมภาษีการบริโภคแล้ว


6. ภาษียานยนต์

(1) ภาษียานยนต์
คือภาษีที่ผู้มีรถยนต์จะต้องเสียทุกปีในวันที่ 1 เมษายน
จะมีจดหมายแจ้งมาจากหน่วยงานในจังหวัดที่อาศัยอยู่ เมื่อได้รับใบแจ้งแล้ว ขอให้ไปเสียภาษี
ภายในวันที่ที่กำหนดไว้ โดยการโอนเข้าบัญชีธนาคารเป็นต้น
สอบถามรายละเอียดได้ที่ แผนกภาษียานยนต์ หรือหน่วยงานภาษีที่เกี่ยวข้องในเขตจังหวัดที่
อาศัยอยู่ ⇒ ดูข้อมูล

(2) ภาษียานยนต์ขนาดเล็ก
เป็นภาษีที่ผู้มีรถจักรยานยนต์ รถยนต์ขนาดเล็ก (รวมถึงรถจักรยานแบบติดเครื่องยนต์่) ต้องเสีย
ทุกปี ในวันที่ 1 เมษายน จะมีจดหมายแจ้งมาจากหน่วยงานในอำเภอที่อาศัยอยู่ เมื่อได้รับใบแจ้ง
แล้วขอให้ไปเสียภาษีภายในวันที่ที่กำหนดไว้ โดยการโอนเข้าบัญชีธนาคารเป็นต้น
สอบถามรายละเอียดได้ที่ที่ว่าการอำเภอที่อาศัยอยู่ กรุณาสอบถามผ่านผู้ที่เข้าใจภาษาญี่ปุ่น



<<PREV TOP NEXT>>