○ โรงเรียนประถมศึกษาและโรงเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น
โรงเรียนประถมศึกษา จะรับเด็กนักเรียนที่มีอายุครบ 7 ปี แต่ไม่เกิน 12 ปี นับจากวันที่ 2
เมษายนของปีที่จะเข้าเรียน ถึง 1 เมษายน ของปีถัดไป
โรงเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น จะรับเด็กนักเรียนที่มีอายุครบ 13 ปี แต่ไม่เกิน 15 ปี นับจากวันที่
2 เมษายนของปีที่จะเข้าเรียน ถึง 1 เมษายน ของปีถัดไป
○ การขอสมัครเข้าเรียน
ถ้าเป็นโรงเรียนของรัฐ ขอให้ติอต่อที่ที่ว่าการอำเภอหรือหน่วยงานทางการศึกษาของท้องที่ที่อาศัย
อยู่ เพื่อขอสมัครเข้าเรียนสำหรับคนต่างชาติ
ถ้าเป็นโรงเรียนของเอกชน ขอให้ติดต่อสอบถามที่โรงเรียนนั้น ๆ โดยตรง
○ การแจ้งการเข้าโรงเรียนหรือแนะนำการเข้าโรงเรียน (ภาษาญี่ปุ่น)
โดยทั่วไปแล้ว คนต่างชาติที่ได้จดทะเบียนคนต่างด้าว และมีบุตรที่มีอายุครบที่จะต้องเข้าโรงเรียน
ในเดือนเมษายนที่จะถึง ทางท้องที่ก็จะมีจดหมายแจ้งมาถึงผู้ปกครองให้ทราบ
ในจดหมายก็จะระบุถึงโรงเรียนที่จะเข้า และระเบียบการและหมายกำหนดการต่าง ๆ ตลอดจน
การตรวจร่างกาย
ถ้ามีความประสงค์ที่จะสมัครเข้าโรงเรียนนั้น ๆ ก็ขอให้ติดต่อไปที่ที่ว่าการอำเภอในแต่ละท้องที่
ภายในวันเวลาที่กำหนดไว้ในจดหมาย เวลาไปติดต่อ ก็ขอให้นำจดหมายแจ้งที่ได้รับ ตลอดจนบัตร
ประจำตัวคนต่าวด้าวของบุตรที่จะสมัครเข้า ไปด้วย
ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นไม่สามารถที่จะไปได้ภายในวันเวลาที่กำหนด ก็อาจจะขอผ่อนผันวันเวลาได้
ในกรณี ที่ไม่ได้รับจดหมายแจ้งการเข้าโรงเรียน และมีบุตรที่อายุครบที่จะต้องเข้าโรงเรียน ก็ขอ
ให้รีบติดต่อไปที่ที่ว่าการอำเภอ หน่วยงานทางการศึกษา หรือโรงเรียนในเขตท้องที่ที่อาศัยอยู่
ถ้ามีบุตรที่กำลังจะจบการศึกษาระดับประถม ทางการก็จะมีจดหมายแจ้งถึงผู้ปกครองถึงการเข้า
เรียนต่อในระดับมัธยม ถ้าไม่ได้รับจดหมายแจ้ง ก็ขอให้ติดต่อได้ที่ที่ว่าการอำเภอในท้องที่ที่อาศัยอยู่
○ ค่าเล่าเรียน
ถ้าเป็นโรงเรียนประถมศึกษาหรือมัธยมศึกษาตอนต้นของท้องถิ่น (โรงเรียนรัฐ) ก็ไม่ต้องเสียค่า
เล่าเรียนและค่าตำรา
แต่อาจจะต้องเสียค่าธรรมเนียมอื่น ๆ ต่างหากเช่น ค่าอุปกรณ์การเรียน ค่าอุปกรณ์ในการเดิน
ทาง ค่ากิจกรรมนอกสถานที่ ค่าทัศนศึกษา ค่าอาหาร เป็นต้น
ถ้าทางครอบครัวมีปัญหาทางเศรษฐกิจ ลำบากในการที่จะจ่ายค่าใช้จ่ายดังกล่าว ทางโรงเรียนก็
อาจจะมีทุนช่วยเหลือ ขอให้ปรึกษากับทางโรงเรียนหรือเจ้าหน้าที่ทางการศึกษาถึงรายละเอียดต่าง ๆ
ระบบเงินทุนช่วยเหลือนี้ ไม่ได้จะมีเฉพาะโรงเรียนของรัฐเท่านั้น โรงเรียนอื่น ๆ ก็อาจจะมีให้ได้
ขอให้ติดต่อสอบถามที่แต่ละโรงเรียนให้แน่ชัด
○ กิจกรรมหลังเลิกเรียนสำหรับเด็กประถมศึกษา (ชมรมหลังเลิกเรียน)
ในกรณีที่ทางบ้านไม่มีคนดูแล เด็กเล็กตั้งแต่ระดับประถมศึกษาปีที่ 1 ถึง 3 ในช่วงเย็นหลังจาก
โรงเรียนเลิกแล้ว บางท้องที่ก็มีกิจกรรมหรือชมรมหลังเวลาเลิกเรียน เพื่อจะให้เด็กๆ มาร่วมกิจกรรม
เป็นการดูแลเด็กให้หลังโรงเรียนเลิก
รายละเอียดของกิจกรรมหรือชมรมและการเข้าร่วมดังกล่าวที่มีในแต่ละท้องที่ กรุณาสอบถามได้ที่
ที่ว่าการอำเภอในเขตที่อาศัยอยู่
○ เงินช่วยเหลือทางการศึกษา
ระบบเงินช่วยเหลือทางการศึกษา คือ การให้เงินช่วยเหลือแก่เด็กนักเรียนประถมศึกษาหรือมัธยม
ศึกษาตอนต้น ที่ประสบปัญหาทางเศรษฐกิจในการจ่ายค่า อุปกรณ์การเรียนและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ
ถ้ามีปัญหาด้านการเงินเกี่ยวกับค่าอุปกรณ์การเรียน ค่าอุปกรณ์ในการเดินทางมาโรงเรียน
ค่ากิจกรรมนอกโรงเรียน ค่าทัศนศึกษา ค่าอาหาร ฯลฯ ขอให้ปรึกษากับทางโรงเรียนหรือเจ้าหน้าที่
ทางการศึกษา
รายละเอียดต่าง ๆ ของระบบเงินทุนช่วยเหลือนี้ ไม่ได้จะมีเฉพาะโรงเรียนของรัฐเท่านั้น โรงเรียน
อื่น ๆ ก็อาจจะมีให้ได้ ขอให้ติดต่อสอบถามที่แต่ละโรงเรียนให้แน่ชัด
|